ผู้มีส่วนร่วมสูงสุด
จัดเรียงตาม:
คำถาม iPhone แบตเตอรี่บวม  ตอบ สำหรับลูกค้าซื้อเครื่อง iPhone จากทาง dtac เงื่อนไขการรับประกันสินค้าเป็นไปตามการรับประกันของผู้ผลิต โดยจะรับประกันอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นเวลา 1 ปี นับเริ่มจากวันที่ซื้อสินค้า ทั้งนี้ หากหมดประกันแล้วสามานำเครื่องติดต่อสำนักงานบริการเพื่อตรวจสอบอาการเครื่องเพื่อส่งเคลมต่อไปครับ ถ้าอยู่กรุงเทพแนะนำให้มาที่ พารากอน เลยครับ   >> ปัจจุบันเครื่อง i phone  5s  มีกรณีแบตเสื่อม และแบตบวม      >> กรณีแบตเสื่อมสามารถติดต่อ iCare      >> กรณีแบตบวมสามารถติดต่อที่ศูนย์บริการดีแทคได้เลย (อยู่ในประกันจะไม่เสียค่าใช้จ่าย ) กรณีหมดประกันการส่งเคลมจะมีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาการเครื่องจะเป็นผู้แจ้งราคาประเมินก่อนส่งเคลมต่อไปครับ
ดูบทความเต็ม
คำถาม ประกันของ iPhone ตอบ ส่วนนี้เป็นเงื่อนไขที่ใช้ทั้ง dtac และ Apple Store เงื่อนไขการและการรับประกันสินค้า iPhone จาก Apple เงื่อนไขการประกันเครื่องโทรศัพท์ (สินค้า) เป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิต โดยจะรับประกันอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่ซื้อสินค้า เงื่อนไขการให้บริการ ผู้ให้บริการจะทำการเปลี่ยนเครื่องหรืออุปกรณ์เสริม โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ ในกรณีที่เครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์เสริมนั้นเกิดการชำรุดอันเนื่องมาจากการผลิตหรือเกิดการชำรุดของชิ้นส่วนภายในเครื่องตามสภาพการใช้งานปกติ หากกรณีเครื่องโทรศัพท์หรืออุปกรณ์เสริมเกิดการชำรุดอันเนื่องมาจากการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องหรือพ้นระยะเวลาการรับประกัน ผู้ให้บริการจะให้บริการซ่อมโดยคิดค่าบริการ ทั้งนี้ผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบหรือการซ่อมแซมสินค้าดังกล่าว โดยผู้ให้บริการจะแจ้งอัตราค่าบริการเบื้องต้นให้ผู้ใช้บริการทราบก่อนส่งสินค้าซ่อม ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำของเครื่องในทุกกรณี การรับประกันสินค้านี้จะไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้งานเครื่องที่ผิดวัตถุประสงค์ ตามคำแนะนำในคู่มือการใช้งานที่มาพร้อมเครื่อง หรือความเสียหายทุกกรณีที่ส่งผลให้จอแสดงผล (LCD) แตก, หัก ร้าว หรือบิ่น หรือความเสียหายอันเนื่องมาจากเครื่องถูกน้ำ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม หรือความเสียหายจากอุบัติเหตุใดๆ ทุกกรณี หรือภัยธรรมชาติต่างๆ หรือความเสียหายอันเกิดจากการกระทบกระเทือนรุนแรงหรือทำเครื่องหล่น หรือความเสียหายอันเกิดจากการดัดแปลงแก้ไข, ซ่อมแซม หรือติดตั้งโปรแกรมใดๆ ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการเป็นผู้ดำเนินการ หรือการใช้อุปกรณ์ประกอบอื่นใดที่มิใช่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานของผู้ให้บริการ และไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายของชิ้นส่วนภายนอกที่เกิดจากการกระแทก เป็นรอยขีด ข่วน หรือแตกหักในลักษณะต่างๆ เงื่อนไขการรับประกันสินค้านี้มีผลบังคับใช้เฉพาะสินค้าที่จำหน่ายโดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือร้านค้าตัวเเทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทฯ เท่านั้น ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถศึกษาเงื่อนไขการให้บริการและเงื่อนไขตามรายการส่งเสริมการขายเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1678 dtac call center (ค่าบริการครั้งละ 3 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) 5.            สามารถตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันจาก Apple เพิ่มเติมที่ : www.apple.com/legal/warranty
ดูบทความเต็ม
คำถาม iphone หน้าจอแตก เครมได้ที่ไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไร่? ตอบ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงการเคลมเครื่อง iPhone ใหม่ โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลง คือ dtac Hall ทุกสาขารวมถึง Dtac Hall Paragon Claim center รับเครื่องเป็น Drop off ทุกกรณี (Drop off หมายถึงศูนย์บริการเป็นเพียงจุดที่รับส่งเครื่องสำหรับซ่อม และส่งต่อไปยังศูนย์บริการเพื่อ พิจารณาการเปลี่ยนเครื่อง หรือ ซ่อม ) แยกเป็น 2 กรณี   • iPhone 6s, 6sPlus, iPhone5,5S,5C ส่งต่อให้ Apple เป็นผู้พิจารณา • iPhone 4, 4s, iPhone 3,3GS ส่งต่อไปที่ทีม Device เป็นผู้พิจารณา ศูนย์กลางที่จามจุรีสแควร์ ระยะเวลาในการแจ้งข้อมูลลูกค้า สำหรับการส่งซ่อม   • เฉพาะกรุงเทพ 2 สัปดาห์ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น • ต่างจังหวัดร่วมถึงปริมณฑล 4 สัปดาห์ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น
ดูบทความเต็ม
เคยประสบปัญหา อยากพักผ่อนไม่ต้องการให้คนรบกวน แต่หากจะปิดเสียงก็กลัวว่าจะพลาดโทรศัพท์สายสำคัญไหมครับ หากคุณใช้ iPhoneวันนี้ผมมีวิธีง่ายๆ มานำเสนอครับ ให้เข้าไปที่ setting เลือก Do not disturb และเลือกปรับตามใจชอบดังนี้   Manual: เลือกเพื่อเปิดปิดโหมด Do not disturb เองตามต้องการ Scheduled: เลือกเพื่อตั้งเวลาเปิดปิด โหมด Do not disturb ตามต้องการ Allow Call From: เลือกเพื่ออนุญาตให้ใครโทรหาคุณได้บ้าง Repeated Call: หากเลือกโหมดนี้แล้วใครโทรมาซ้ำอีกครั้งภายใน 3นาที จะมีเสียงตามปกติ   เลือกปรับแต่งง่ายๆ เท่านี้ คุณก็จะได้เวลาที่เป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องกลัวพลาดสายสำคัญ จากครอบครัว หรือที่ทำงานแล้วครับ    
ดูบทความเต็ม
  การสำรองรูปภาพ iCloud photo library เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก แถมบนiOS8ก็ปรับปรุงเสียจนน่าใช้เชียวครับ  มาดูกันดีกว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อเราสำรองรูปไว้บน iCloud เมื่อเราเปิด wifi รูปที่เราถ่ายจากiPhone iPod หรือiPad จะถูกอัพโหลดขึ้นไปบน icloud.com  ช่อง photo สามารถเปิดที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อเราเปิดฟังก์ชันนี้ในเครื่องอื่นและlog inด้วยuserเดียวกัน รูปของเราก็จะไปปรากฏในเครื่องนั้น หลายคนชอบบอกว่าโทรศัพท์หายไม่เสียดาย เท่ารูปหายไปด้วย ดังนั้นหากโทรศัพท์ที่หายไปของเราเปิดฟังก์ชันนี้เอาไว้ เราก็สามารถlog inในเครื่องใหม่แล้วดึงรูปเก่าๆ เข้าเครื่องใหม่ได้เลย เท่านั้นยังไม่พอ อย่างที่มีข่าวออกมากันบ่อยๆ เผลอๆรูปที่ดึงมาจะไม่ใช่แค่รูปเรา แต่ดันมีรูปเจ้าของใหม่ที่ขโมยโทรศัพท์เราไปให้ส่งตำรวจเล่นอีกแหนะ เห็นประโยชน์ขนาดนี้แล้วหลายคนคงอยากรีบเปิด iCloud photo library กันแล้วใช่ไหมครับ วิธีง่ายๆ เข้าไปที่ setting Photo & Camera เปิด iCloud Photo library (beta) แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ เมื่อเราต่อwifi iCloudจะทำงานเองอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม iCloudยังมีข้อจำกัดอยู่นิดหน่อยตรงที่แถมพื้นที่ฟรีมาแค่ 5GB หากต้องการเพิ่มต้องเสียเงินซื้อนะครับ
ดูบทความเต็ม
สำหรับ iPhone 6 ทั้ง 2 รุ่น มีส่วนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดดังนี้ ขนาดของหน้าจอเป็นหลัก โดย iPhone 6 มีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว และ iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว (และความละเอียดหน้าจอกับแบตเตอรี่ที่ต่างกัน)   ขนาดตัวเครื่องและน้ำหนัก iPhone 6 มีความบาง 6.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 129 กรัม ส่วน iPhone 6 Plus มีความบาง 7.1 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 172 กรัม ทำให้ iPhone 6 ทั้ง 2 รุ่นมีความบางกว่า iPhone รุ่นอื่น ๆ   กล้องถ่ายภาพ iPhone 6 ทั้ง 2 รุ่น มีความละเอียดเท่ากันที่ 8 ล้านพิกเซล และใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่เรียกว่า Focus Pixels ที่ทำให้ออโต้โฟกัสที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม, ระบบตรวจจับใบหน้าที่แม่นยำกว่าเดิม และการควบคุมค่าแสงที่ดียิ่งขึ้น แต่จุดที่ทำให้แตกต่างอยู่ที่ระบบกันสั่น (stabilization) โดย iPhone 6 รุ่นจอ 4.7 นิ้ว จะไม่มีฮาร์ดแวร์กันสั่น แต่จะใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาเป็นตัวช่วย ส่วน iPhone 6 Plus จะมีฮาร์ดแวร์กันสั่น Optical Image Stabilization (OIS)   แบตเตอรี่   iPhone 6 สามารถเล่นเน็ตผ่าน 3G ได้นาน 10 ชั่วโมง, Wi-Fi นาน 11 ชั่วโมง, เล่นวิดีโอต่อเนื่องนาน 11 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้ 10 วัน iPhone 6 Plus สามารถเล่นเน็ตผ่าน 3G ได้นาน 12 ชั่วโมง, Wi-Fi นาน 12 ชั่วโมง, เล่นวิดีโอต่อเนื่องนาน 14 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้ 16 วัน
ดูบทความเต็ม
iOS 8  เต็มไปด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบ และมาพร้อมการอัพเดตครั้งใหญ่ของแอพที่คุณใช้เป็นประจำทุกวัน อย่างเช่น แอพข้อความและรูปภาพ การแชร์คอนเทนต์กับครอบครัวด้วยวิธีใหม่ การเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้นระหว่างแอพ และระหว่างอุปกรณ์ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีอย่างอื่นอีกมากที่ทำให้ iOS 8 เป็นการเปิดตัว iOS ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ดูบทความเต็ม
คำถาม สามารถสมัคร Apple ID บน iPhone แบบไม่ใช้บัตรเครดิตได้อย่างไร? ตอบ   วิธีสมัคร Apple ID บน iPhone โดยไม่ใช้บัตรเครดิต  ( แต่จะดาวน์โหลดได้เฉพาะ App ฟรีเท่านั้น)  สามารถดูวิดีโอข้างบนหรือทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้     ขั้นตอนการสมัคร Apple ID   1. เปิดเมนู App Store บน iPhone   2. หา Application อะไรก็ได้ที่ให้ดาวน์โหลดฟรี (ต้องเลือกแอพฯ ฟรีเท่านั้น หากเลือกแอพฯ แบบเสียเงินจะต้องใส่เลขบัตรเครดิต)   3. เมื่อเจอ Application ที่ให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว ให้กดตรงปุ่ม Free (ฟรี) และ Install App (ติดตั้ง)   4. หลังจากนั้น หน้าจอจะถาม Apple ID ให้กดเลือก Create New Apple ID (สร้าง Apple ID ใหม่)   5. เลือก Store ของประเทศที่ต้องการใช้งาน ขั้นตอนนี้ให้เลือก Store Thailand จากนั้นกดปุ่ม Next (ถัดไป) จะพบข้อมูลเงื่อนไขและข้อตกลงการใช้งาน iTunes Store ให้กดปุ่ม Agree (ยอมรับ) เพื่อยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลง *หมายเหตุ: ถ้าคุณไม่ยอมรับเงื่อนไขจะไม่สามารถทำการสมัคร Apple ID ได้   6. กรอกข้อมูลอีเมล (ต้องใช้อีเมลที่ใช้งานอยู่จริง) ตั้งรหัสผ่าน 8 ตัวขึ้นไป (ต้องประกอบไปด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวพิมพ์เล็ก และตัวเลขเท่านั้น) จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่างเพื่อกรอกข้อมูลคำถามเผื่อกรณีที่เราลืมรหัส ให้ตั้งคำถามและคำตอบ จากนั้นใส่วัน เดือน ปีเกิด แล้วกด Next (ถัดไป)   7. หน้าข้อมูลวิธีการชำระเงิน ถ้าเราไม่มีบัตรเครดิตให้เลือกที่ None (ไม่มี) (หากต้องการโหลดแอพพลิเคชั่นที่จ่ายเงิน สามารถเพิ่มข้อมูลบัตรเครดิตได้ในภายหลัง) ที่อยู่ในการจัดส่งใบแจ้งหนี้ให้กรอกข้อมูลที่อยู่แล้วกดปุ่ม Next (ถัดไป)   8. คุณจะเห็นหน้าจอ Verify Your Account (ยืนยันบัญชีของคุณ) ซึ่งทาง Apple จะส่งอีเมลให้คุณยืนยันไปทางอีเมลที่คุณได้ทำการสมัคร Apple ID ไว้ในตอนต้น เมื่ออ่านเสร็จแล้วกดปุ่ม Done (เสร็จ)   9. หากเราเชื่อมต่อหรือซิงค์อีเมลกับ iPhone ไว้ สามารถกดเช็คอีเมลและยืนยันการสมัครApple ID จาก iPhone ได้เลย เปิดอีเมลนั้นแล้วคลิกลิงค์ Verify Now (ยืนยันทันที) เพื่อยืนยันการสมัคร   10. กลับมาที่ App Store กดเลือกแอพพลิเคชั่นที่ต้องการโหลด หน้าจอจะขึ้นข้อความแจ้งเตือนอีกครั้ง ให้กดเลือก Use Existing Apple ID จากนั้นกรอกอีเมลและรหัสผ่านของ Apple ID แล้วก็กดยืนยัน แค่นี้คุณก็สามารถใช้ Apple ID เพื่อดาวน์โหลด Application ฟรีได้แล้ว
ดูบทความเต็ม
คำถาม เปิดใช้งาน iPhone5s บนระบบปฏิบัติการ iOS7 อย่างไร ตอบ    
ดูบทความเต็ม